ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องรู้ในการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์

การซื้อ – ขาย ย่อมมีค่าธรรมเนียม หรือค่าภาษีซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ เราจะต้องมีความรู้เรื่องค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์

  1. ค่าธรรมเนียมการโอน

การซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมทุกครั้งที่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ในอัตรา 2% จากราคาประเมิน ซึ่งราคาประเมินการขาย จะมี 2 ราคาดังนี้

  • ราคาประเมิน : เป็น ราคาที่รัฐบาลกำหนด ให้เป็นราคากลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ และเป็นราคาที่ใช้ในการหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่าภาษี เป็นต้น ทางรัฐจะเป็นคนประเมินราคานั้นก็คือ กรมที่ดิน 
  • ราคาตลาด : เป็นราคาที่ซื้อขายกันจริง หรือเป็น ราคาที่เรากำหนดขึ้นมา ว่าจะขายบ้านหลังนี้ในราคาเท่าไหร่  มีปัจจัยมาจากค่าครองชีพในขณะนั้นด้วย ทำให้ราคาตลาดมีราคาสูงกว่าราคาปกติ

ดังนั้นหากตั้งราคาตลาดไว้สูงกว่าราคาประเมิน เจ้าหน้าที่จะยึดราคาที่สูงกว่าในการหักภาษี ทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอนมากกว่าราคาประเมิน

  1. ค่าอากรแสตมป์
  • ในส่วนนี้ผู้ขายต้องชำระด้วยตนเอง ในขั้นตอนการจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยคิดจากราคาประเมิน และราคาตลาดที่เรากำหนดไว้ โดยเลือกใช้ราคาที่สูงกว่ามาคำนวณค่าใช้จ่าย

 

3.ภาษีธุรกิจเฉพาะ

  • ภาษีส่วนนี้ ผู้ขายต้องเป็นฝ่ายชำระ ซึ่งหากผู้ขายครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการขาย เป็นเวลาน้อยกว่า 5 ปี จะต้องเสียภาษีในส่วนนี้ไปในอัตราร้อยละ 3 หรือ 3%จากราคาของบ้าน (เทียบกันว่า ราคาประเมินกับราคาตลาดว่าราคาใดสูงกว่า จึงเลือกใช้ราคานั้น)

4.ภาษีเงินได้

  • อันดับแรก เรามารู้จักกับภาษีเงินได้กันก่อนเลยนะคะ ซึ่งภาษีเงินได้ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป และมีรายได้ภายใน 1 ปี ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือภาษีที่จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รวมถึงนิติบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ทุกคนคงรู้จักกับภาษีเงินได้กันแล้วนะคะ งั้นเรามาดูกันเลยว่าภาษีที่เราต้องจ่ายคือ ภาษีเงินได้ประเภทไหน

  • เมื่อมีการซื้อ – ขาย อสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้น เงินที่ได้นั้นถือว่าเป็นรายได้ของผู้ขาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายนั้น โดยกรมที่ดินจะเป็นคนประเมินราคาของบ้านที่เราต้องการขาย เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องการหักไป
  • เมื่อกรมที่ดินทำการประเมินราคาของบ้านที่จะขายแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องหักภาษีเงินได้ในส่วนนี้ไป และจำนวนที่หักไปจะใช้ จำนวนปีที่ถือครอง ในการคำณวน